#เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยโฉม #PrideCar คันล่าสุด ย้ำจุดยืนสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมในสังคม
(ครูว์ 5 กรกฎาคม 2567) #เบนท์ลีย์มอเตอร์ส เผยโฉม #PrideCar คันที่ 4 ในรุ่น Continental GT Convertible แกรนด์ทัวเรอร์แบบเปิดประทุนที่ตกแต่งพิเศษด้วยหลากหลายสีสัน พร้อมเตรียมร่วมขบวนพาเหรดงานไพรด์ในสหราชอาณาจักรเพื่อตอกย้ำจุดยืนการสนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียมในสังคม ซึ่ง Pride Car คันล่าสุดนี้รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษโดย Rich Morris กับสีสันที่สดใสที่สื่อถึงความรัก ชีวิตใหม่ และการยอมรับ
Pride
Car คันล่าสุดโดดเด่นสะดุดตาด้วยเฉดสีและเส้นสายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก
Unifying Spur
พร้อมเส้นสายสีดำที่ถูกวาดด้วยมือรอบตัวรถเป็นรูปใบหน้าเพื่อสื่อถึงอารมณ์เชิงลบที่คนหนึ่งคนจะเผชิญเมื่อต้องพยายามทำความเข้าใจตัวตนที่แท้จริง
ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพหรือรสนิยมทางเพศ
ผลงานยังถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยศิลปะการสาดสีสันที่สดใสจากเฉดสีของธงไพรด์ด้วยแรงบันดาลใจจากเทศกาลแห่งสีสันของชาวฮินดู
ซึ่งเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิ ความรัก และชีวิตใหม่ ซึ่งเฉดสีต่างๆ
ทั่วใบหน้าแสดงให้เห็นถึงการตกแต่งและสไตล์ที่สามารถช่วยให้บุคคลคนหนึ่งเป็นตัวตนที่อยากเป็น
ซึ่งสื่อถึงความต้องการของชาว LGBTQ+
ที่ต้องการมีอิสระในการใช้ชีวิตและรักโดยปราศจากอคติในวัฒนธรรมที่ได้รับการยอมรับ
สำหรับเพื่อนร่วมงานและพันธมิตรในเครือข่าย
#BEPROUD ของเบนท์ลีย์จะเข้าร่วมขบวนพาเหรดไพรด์ในครูว์ แนนต์วิช
และแมนเชสเตอร์เพื่อช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของเบนท์ลีย์
มอเตอร์สต่อวัฒนธรรมองค์กรที่พนักงานทุกคนมีอิสระในการใช้ชีวิตและสามารถเป็นตัวของตัวเองในสถานที่ทำงาน
ขบวนพาเหรดไพรด์ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการยอมรับความหลากหลายและความเท่าเทียมในสังคม
ในขณะเดียวกันก็สร้างความตระหนักรู้ สร้างความหวัง
และแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ต้องพบกับการเลือกปฏิบัติ
Rich
Morris นักออกแบบผลงานกล่าวว่า
“ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำผลงานชิ้นนี้ให้กับเบนท์ลีย์
หลังจากความสำเร็จในการออกแบบ Unifying Spur ในปี 2564
การออกแบบได้สื่อถึงความมืดมนและความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงค้นหาตัวเอง
เราใช้สีสันและลายเส้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทั้ง Unifying Spur
และเทศกาล Holi ของชาวฮินดู
ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งสีสันที่เฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิ ความรัก และชีวิตใหม่
ผลงานชิ้นนี้จึงสื่อถึงผู้คนที่โอบรับความแตกแต่งและความเป็นตัวเองที่แท้จริง”
Wayne
Bruce ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เบนท์ลีย์
มอเตอร์ส กล่าวว่า “Pride Car คันที่ 4
ของเราถือเป็นสิ่งพิเศษบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนที่ได้ริเริ่มในปี 2563
ด้วยการเปิดตัว Pride Car
คันแรกที่ทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างเครือข่าย
BeProud และจุดประกายความพยายามในการโอบรับความแตกต่างอย่างต่อเนื่อง Pride
Car คันล่าสุดนี้จึงเป็นมากกว่าแค่ความภาคภูมิใจ
แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของเราในการยอมรับความหลากหลาย อัตลักษณ์ทับซ้อน
และความเป็นหนึ่งเดียวที่เราจะสนับสนุนตลอดทั้งปี”
“Pride
Car ในปีนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองคุณค่าเหล่านี้
โดยผสานสัญลักษณ์ของธงสีรุ้งเข้ากับจิตวิญญาณที่มีชีวิตชีวาและสนุกสนานในแบบชาวฮินดู
มันสะท้อนถึงการอุทิศตนของเราต่อความหลากหลาย ความเป็นหนึ่งเดียวกัน
และการปลูกฝังวัฒนธรรมที่ทุกคนรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน
เบนท์ลีย์คันนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์อันทรงคุณค่าต่อภารกิจของเราและความหมายของ
#BelongingAtBentley อย่างแท้จริง”
ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถนัดหมายทดลองขับหรือสอบถามข้อมูลและข้อเสนอพิเศษได้ที่เบนท์ลีย์
แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account:
@bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V หรือเยี่ยมชมโชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ อาคาร ซีทีไอ ทาวเวอร์และชั้น 2 ศูนย์การค้าสยาม พารากอน กรุงเทพฯ
เกี่ยวกับ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
เบนท์ลีย์
แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกท่านและรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคันด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า
37 ปี
พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์สำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์โดยเฉพาะนำเข้าจากโรงงาน
การรับประกันอะไหล่แท้ และบุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น โดยมี
Qualified High Voltage Technician
หนึ่งเดียวในประเทศไทยเป็นผู้รับรองงานซ่อมและงานบำรุงรักษารถยนต์ไฮบริดตามมาตรฐานโรงงาน
ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกท่านตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า
“เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถและคุณ (AAS Looking After YOU And Your CAR)”
และให้ชื่อ AAS เป็น “The Name You Can Trust”












ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น