เจาะลึก #BYD Sealion 7 SUV ไฟฟ้า #รถคู่ใจนายกฯ #อนุทิน-ในวัน #น้ำมันแพง
ไม่บ่อยครังนักที่ผมจะเขียนถึงรถรุ่นเดียวกันในเวลาห่างกันไม่มาก
แต่ฉบับนี้เป็นข้อยกเว้น เพราะขอเกาะกระแสท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล นิดหนึ่ง
หากจำกันได้ ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คนไทยจำนวนไม่น้อยเกิดอาการหาวเรอไปตามๆ กัน เมื่อรัฐบาลประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดพรวดเดียว 6 บาท/ลิตร และคงปรับอีกหลายรอบ
นัยว่าเพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริง เพราะกองทุนน้ำมันฯ เริ่มติดหนี้มากขึ้น แถมราคาตลาดโลกทรงตัวในระดับสูง โดยประเมินว่าน่าจะสูงไปอีกพักใหญ่
นอกจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันแบบดุเดือดแล้ว รัฐบาลออกมาตรการประหยัดพลังงานรูปแบบต่างๆ
หนึ่งในนั้นคือ การปรากฏตัวของนายกฯ อนุทินที่ขับรถยนต์ EV มาทำงานเพียงลำพัง
รถรุ่นนั้นคือ BYD Sealion 7 SUV ไฟฟ้าพรีเมียม เมื่อต้นปีที่ผ่านมาผมเพิ่งนำรถรุ่นนี้มาทดลองขับ และนำเสนอไปแล้วในยานยนต์ สุดสัปดาห์
เมื่อ BYD Sealion 7 กลับมาเป็นกระแสร้อนแรงโดยท่านนายกฯ
ขอนำรถรุ่นนี้มานำเสนออีกครั้ง แต่คราวนี้ลงรายละเอียดตัวรถ และออปชั่นต่างๆ ที่น่าสนใจ
เพื่อให้เห็นว่า ทำไมจึงเป็นรถที่ผู้นำประเทศเลือกใช้ในยามเกิดวิกฤตพลังงาน
ที่สำคัญราคาขาย ณ ตอนนี้ปรับลงมาอีกรอบ หลังขึ้นราคาช่วงต้นปี เนื่องจากสิ้นสุดมาตรการ EV3.0 เข้าสู่ EV3.5
อวดโฉมครั้งแรกช่วงงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2024 สร้างกระแสได้พอสมควร เพราะรูปร่างหน้าตา และออปชั่นต่างๆ จัดมาแน่นๆ
ภายนอกมาในสไตล์ SUV Coupe เพราะแม้เป็นรถ 5 ประตู แต่ด้านหลังลาดลงเล็กน้อยทำให้ดูโฉบเฉี่ยวเหมือนคูเป้
เน้นความสปอร์ตผสานความหรูหรา ภายใต้แนวคิด Ocean Aesthetics เน้นความลื่นไหลคล้ายคลื่นน้ำ ล้อไปกับชื่อรุ่นสิงโตทะเล
กระจังหน้าแบบปิดตามสไตล์รถ EV ที่ไม่ต้องการกระแสลมเข้าห้องเครื่องเพื่อลดความร้อน ตกแต่งเส้นโครเมียม
ไฟหน้า LED ทรงเรียวยาว ไฟ Daytime Running Light ออกแบบเป็นเส้นยาวต่อเนื่อง
กันชนหน้าทรงสปอร์ตเจาะช่องเพื่อรีดลมไปด้านข้าง
หากมองจากด้านข้างจะเห็นความเป็นคูเป้ชัดเจน จากแนวหลังคาที่ลาดลงตั้งแต่เสา B ไปจนถึงด้านท้าย
ข้อดีทำให้รถมีมิติและดูเฉี่ยวมากขึ้น แต่ข้อเสียอยู่ที่กระจกหลังมีพื้นที่แคบไปสักหน่อย ทำให้ผู้ขับขี่มองไม่สะดวกนัก
มือจับประตูแบบเรียบไปกับตัวรถ จะยื่นออกมาเมื่อปลดล็อก
ไฟท้ายพาดยาวเต็มคัน ลายไฟมีมิติคล้ายคลื่น กันชนท้ายทรงสปอร์ต ติดตั้ง Diffuser ดูมีมิติและสวยเด่นมากขึ้น
ระบบไฟเลี้ยวด้านหลังแบบ Sequential และไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
ประตูท้ายเปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อม kick sensor ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว
ภายในกว้างขวาง เน้นความหรูหราและทันสมัย ตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงแบบ Soft-touch รอบคัน พวงมาลัย 4 ก้านแบบ D-Shape หุ้มหนังจับถนัดมือ พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นรวมถึงปุ่มควบคุมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ
มาตรวัดดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ ปรับแต่งการแสดงผลได้หลากหลาย
หน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว สามารถปรับเป็นแนวนอนหรือแนวตั้งได้ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ BYD DiLink
รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบเสียงแบรนด์ Dynaudio พรีเมียมจากเดนมาร์ก มีลำโพง 12 ตัว
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน ควบคุมอุณหภูมิได้อิสระทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า
หลังคากระจกพาโนรามิกขนาดใหญ่ 2.1 ตารางเมตร ทอดยาวไปจนถึงแถวที่นั่งหลัง พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
Ambient Lighting ปรับเปลี่ยน 128 เฉดสี สามารถปรับโหมดให้วิ่งเป็นคลื่น หรือเข้ากับเพลงได้ด้วย การขับขี่ยามคำคืนยิ่งสุนทรียะมากขึ้น
เบาะหุ้มหนัง Nappa คนขับและผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศและทำความเย็น
ปุ่มปรับมีทั้งที่หน้าจอกลางและบริเวณคอนโซลเกียร์
การปรับแอร์ใช้นิ้วมือ 3 นิ้วปัดที่หน้าจอซ้าย-ขวา เพิ่มพัดลม ถ้าปัดขึ้น-ลง เพิ่ม-ลดอุณหภูมิ ถือว่าง่ายต่อการใช้งานโดยไม่ต้องคลิกเข้าหน้าจอ ปลอดภัยมากขึ้นเวลาขับขี่
ท้ายรถมีพื้นที่เก็บสัมภาระประมาณ 520 ลิตร หากอยากได้มากขึ้นสามารถพับเบาะหลังแบบ 40 : 60 เพิ่มพื้นที่ได้ถึง 1,789 ลิตร
นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของใต้พื้นท้ายรถ สำหรับเก็บสายชาร์จและอุปกรณ์จำเป็นอื่นๆ
ขุมพลัง 2 แบบ มอเตอร์หลัก Permanent Magnet Synchronous Motor (PMSM)
รุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชั่วโมง 6.7 วินาที วิ่งไกลสุด 567 กิโลเมตร (NEDC)
ส่วนอีกรุ่นใช้มอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ กำลังสูงสุด 523 แรงม้า แรงบิด 690 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชั่วโมง 4.5 วินาที วิ่งไกลสุด 542 กม. (NEDC)
มีระบบ iTAC (Intelligent Torque Adaptation Control) ปรับแรงบิดแต่ละล้อแบบ real-time ป้องกันล้อฟรี ช่วยให้มั่นใจมากขึ้นเวลาเข้าโค้ง ขับเร็วสูง หรือบนถนนลื่น
ใช้ Blade Battery จุดเด่นของค่ายนี้อยู่แล้ว ความจุ 82.5 kWh
ระบบชาร์จเร็ว DC Fast charge รองรับสูงสุด 230 kW
ชาร์จ 10-80% ภายใน 24 นาที
มีระบบ Regenerative braking ช่วยชาร์จไฟกลับขณะเบรก ช่วยเพิ่มระยะการวิ่งได้ระดับหนึ่ง
ช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์
BYD Sealion 7 ใช้แพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 ของ BYD ซึ่งออกแบบมาสำหรับ EV โดยเฉพาะ
นอกจากนี้มีระบบ Cell-to-Body (CTB) เทคโนโลยีของ BYD โดยใช้แบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างรถ
จุดเด่นวางตำแหน่งแบตใต้พื้นรถ ช่วยให้รถทรงตัวดีขึ้นและเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารด้วย
ออปชั่นการขับขี่และความปลอดภัย มีระบบช่วยขับ ADAS ระดับ L2 ทำงานร่วมกันระหว่างกล้องรอบ - เรดาร์ - เซนเซอร์ เด่นๆ เช่น Adaptive Cruise Control รักษาความเร็วและระยะห่างรถคันหน้าอัตโนมัติ ประคองรถให้อยู่ในเลน, เตือนเมื่อออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ, เบรกอัตโนมัติเมื่อเสี่ยงชน เตือนก่อนชนด้านหน้า, เตือนรถพุ่งชนด้านหลัง, เตือนรถวิ่งตัดขณะถอย ฯลฯ
ระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ ไม่น้อยหน้าใคร
BYD Sealion 7 มี 2 รุ่นย่อย
Premium (RWD) 1,199,900 บาท
Performance (AWD) 1,299,900 บาท
นี่คือราคาล่าสุดปรับลดจากช่วงต้นปี และน่าจะเพื่อรับน้องรถ EV รุ่นใหม่ๆ จากจีนและญี่ปุ่น ที่ทำราคาจูงใจมาก ในช่วงหลังๆ นี้
#BYDSealion7 #BYD

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น